
วันที่ 21 เมษายน 2569 นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน พร้อมด้วยนางแพรวพรรณ ผาลา รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน นางภัทรอัปสร เกิดคง ผู้แทนชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดน่าน พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน พัฒนาการอำเภอเวียงสา เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน (อช.) คณะกรรมการพัฒนาสตรีอำเภอเวียงสา ผู้นำท้องถิ่น/ท้องที่ ตำบลแม่ขะนิง ร่วมลงพื้นที่ ณ ชุมชนมลาบริ บ้านห้วยหยวก หมู่ที่ 6 ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อดำเนินกิจกรรมให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจนและมอบทุนการศึกษาแก่เด็กก่อนวัยเรียน โดยบูรณาการความร่วมมือกับเหล่ากาชาดจังหวัดน่าน ชมรมแม่บ้านมหาดไทย ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชน และองค์กรสตรี เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนเชิงบูรณาการและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ตามนโยบายการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ มีกิจกรรมหลักประกอบด้วย การมอบทุนอุปการะเด็กจากกองทุนพัฒนาเด็กชนบท
ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดน่าน จำนวน 25 ทุน และทุนจากกองทุนพัฒนาเด็ก ฯ ส่วนกลาง 1 ทุน รวมทั้งสิ้น 26 ทุน ทุนละ 1,500 บาท เพื่อสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
และพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียน นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่ได้รับจากการจัดกิจกรรม
“ตักบาตรปันบุญ เกื้อกูลชุมชน” ภายใต้โครงการ NAN CARE & SHARE รวมถึงการมอบเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม
จากการบูรณาการความร่วมมือของชมรมผู้นำ อช. และองค์กรสตรีอำเภอเวียงสา พร้อมทั้งจัดกิจกรรมบริการตัดผมฟรี
แก่คนในชุมชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างสุขภาวะที่ดีให้แก่ราษฎร
นายสุทธิรักษ์ ศรีสุเลิศ พัฒนาการจังหวัดน่าน กล่าวว่า “การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของหรือทุนทรัพย์เท่านั้น แต่คือการแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในจังหวัดน่านที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลอย่างชุมชนมลาบริ การสนับสนุนเด็กก่อนวัยเรียนผ่านกองทุนพัฒนาเด็กชนบทฯ ถือเป็นรากฐานสำคัญ
ในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ และการนำสิ่งของจากโครงการ NAN CARE & SHARE มาส่งต่อแก่ผู้ที่ขาดแคลน คือการสะท้อนถึงวัฒนธรรมการแบ่งปันที่เข้มแข็งของคนน่าน เรามุ่งหวังว่ากิจกรรมนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น และเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”
ผลจากการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็ก
จำนวน 26 ครัวเรือน แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กลุ่มเปราะบางในพื้นที่สูง ทำให้ราษฎรรับรู้ถึงความห่วงใยและการดูแลจากทางภาครัฐและภาคีเครือข่ายภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งในระยะต่อไป สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแผนที่จะติดตามผลความเป็นอยู่ของครัวเรือนที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งขยายผลโครงการ NAN CARE & SHARE ไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่นๆ ทั่วทั้งจังหวัด เพื่อสร้างโครงข่ายความคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุม และขับเคลื่อนจังหวัดน่านสู่การเป็นเมืองแห่งความสุขที่มีการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน
